Logo-CPF-small-65png

cpffeed

สร้างความแข็งแกร่งและความสำเร็จให้ลูกค้า คือภารกิจของเรา

นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญจาก CEO ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ บนเวที CPF Feed NextGen Leadership Summit 2026 ที่ CPF โดยธุรกิจอาหารสัตว์บก จัดขึ้นเพื่อเชื่อมทายาทธุรกิจปศุสัตว์ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และพันธมิตรเทคโนโลยี ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจด้วย Data, AI และนวัตกรรม ขณะเดียวกัน Data และ AI กำลังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตั้งแต่ Feed Formulation, Automation, Smart Farm, AI วิเคราะห์สุขภาพสัตว์, Data Insight ไปจนถึง Smart Energy โดย CPF มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริง และแบ่งปันองค์ความรู้ที่ประสบความสำเร็จให้กับลูกค้า เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจแต่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากอุตสาหกรรมโดยรวมไม่แข็งแรง CEO ประสิทธิ์จึงย้ำว่า“อุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง…คือเกราะป้องกันคุ้มครองธุรกิจของพวกเราร่วมกัน”   พร้อมชวนผู้ประกอบการร่วมกัน ปกป้องอุตสาหกรรม ยึดมั่นมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร และช่วยกันสร้างความเข้าใจต่อประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต เพราะความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับธุรกิจ แต่ยังเชื่อมโยงถึงผู้บริโภคและ ความมั่นคงทางอาหารภายในงาน ซิกเว่ เบรกเก้ CEO ทรู ร่วมเปิดมุมมองในหัวข้อ “From Legacy to Leadership in the Age of AI” ถ่ายทอดแนวคิดการปรับตัวจากธุรกิจดั้งเดิมสู่การเป็นผู้นำในยุค AI และการใช้เทคโนโลยีสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจพร้อมด้วยผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และทายาทธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรม ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริง ตั้งแต่ การรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว การสร้างแบรนด์ การใช้ Data บริหารธุรกิจ, Smart Farm ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจ การตลาด และการสร้างคอนเทนต์ เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นแนวทางการนำเทคโนโลยีไปต่อยอดได้จริง เวทีนี้จึงเป็นมากกว่างานสัมมนา แต่เป็นอีกก้าวของการสร้าง CPF NextGen Community เชื่อมทายาทธุรกิจและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเติบโตไปด้วยกัน โดย CPF เดินหน้าพัฒนาทายาทธุรกิจอาหารสัตว์บกอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี เพื่อเตรียมผู้นำรุ่นใหม่ให้พร้อมต่อยอดธุรกิจครอบครัวด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายที่แข็งแกร่ง     

สร้างความแข็งแกร่งและความสำเร็จให้ลูกค้า คือภารกิจของเรา Read More »

เร่งช่วยน้ำท่วม อพยพสัตว์กว่า 3.8 แสนตัว พร้อมเร่งเยียวยา

“สุริยะ” สั่งการกรมปศุสัตว์เร่งช่วยเหลือเกษตรกรประสบอุทกภัย อพยพสัตว์กว่า 3.8 แสนตัว พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย และเยียวยาตามหลักเกณฑ์ช่วยเหลือปี 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการกรมปศุสัตว์เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์และสำรวจความเสียหายด้านปศุสัตว์ เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกร ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2569 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดซึ่งประสบอุทกภัย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน มีข้อมูลโดยสรุปเบื้องต้นได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี ครอบคลุม 20 อำเภอ 44 ตำบล 84 หมู่บ้าน เกษตรกร 2,313 ราย โดยมีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 715,370 ตัว ประกอบด้วย โค 3,358 ตัว กระบือ 2,460 ตัว สุกร 8,075 ตัว แพะ/แกะ 2,202 ตัว และสัตว์ปีก 699,275 ตัว รวมถึงแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ รวม 267 ไร่ จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบสัตว์ตายและสูญหายใน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง และแม่ฮ่องสอน จำนวน 20,024 ตัว เป็นโค 1 ตัว กระบือ 1 ตัว และสัตว์ปีก 20,022 ตัว โดยกรมปศุสัตว์จะดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลความเสียหายตามขั้นตอน เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป อีกทั้งกรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้น ได้แก่ แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานจำนวน 22,000 กิโลกรัม อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงรวม 381,131 ตัว สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ (แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ วิตามิน) จำนวน 6,519 ชุด แจกจ่ายถุงยังชีพสัตว์ ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลรักษาสัตว์ในพื้นที่ ในส่วนของการเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ซึ่งครอบคลุมการช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ โดยกรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย กำหนดอัตราการช่วยเหลือตามชนิดและอายุของสัตว์ และกำหนดจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อราย อาทิ – โค อัตราตัวละไม่เกิน 13,000–35,000 บาท ตามช่วงอายุ ช่วยเหลือไม่เกิน 5 ตัว/ราย – กระบือ อัตราตัวละไม่เกิน 15,000–39,000 บาท ตามช่วงอายุ ช่วยเหลือไม่เกิน 5 ตัว/ราย – สุกร อัตราตัวละไม่เกิน 1,500–3,000 บาท ตามช่วงอายุ ช่วยเหลือไม่เกิน 10 ตัว/ราย – แพะ/แกะ อัตราตัวละไม่เกิน 1,500–3,000 บาท ตามช่วงอายุ ช่วยเหลือไม่เกิน 10 ตัว/ราย – สัตว์ปีก อัตราการช่วยเหลือแตกต่างกันตามชนิดและช่วงอายุ เช่น ไก่พื้นเมือง/ไก่ไข่ ไก่เนื้อ เป็ดไข่ เป็ดเนื้อ/เป็ดเทศ และนกระทา โดยกำหนดจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อรายแตกต่างกันตามประเภท – แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ กรณีเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ ช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกิน 30 ไร่/ราย “กรมปศุสัตว์จะติดตามสถานการณ์และเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน ทั้งการจัดหาอาหารสัตว์ การอพยพสัตว์ การดูแลสุขภาพสัตว์ และการสำรวจความเสียหาย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง” อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ขอให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมั่นใจว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง./

เร่งช่วยน้ำท่วม อพยพสัตว์กว่า 3.8 แสนตัว พร้อมเร่งเยียวยา Read More »

CP-CPF ชาวสีลม-ตรอกจันทน์’ ร่วมแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

‘CP-CPF ชาวสีลม-ตรอกจันทน์’ ร่วมแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาที่ อาคาร C.P. Tower สีลม, CPF ตรอกจันทน์ และอาคาร SSC คณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในการนี้ ผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมยืนสงบนิ่งเบื้องหน้าพระรูป และลงนามแสดงความอาลัยด้วยความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้   พิธีดังกล่าวจัดขึ้นพร้อมกับส่วนกลาง ผ่านสัญญาณถ่ายทอดสดจากอาคารทรู ทาวเวอร์ นำโดย ท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ร่วมกับคณะผู้บริหารและพนักงานทั่วโลก    

CP-CPF ชาวสีลม-ตรอกจันทน์’ ร่วมแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา Read More »

ท่ามกลางวิกฤตไฟป่าและหมอกควัน…มีอีกหนึ่งพลังที่ถูกส่งต่อไปถึงแนวหน้า

ท่ามกลางวิกฤตไฟป่าและหมอกควัน…มีอีกหนึ่งพลังที่ถูกส่งต่อไปถึงแนวหน้าในขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับภารกิจลาดตระเวน ควบคุม และดับไฟป่า“อาหารหนึ่งมื้อ” อาจเป็นพลังเล็ก ๆแต่คือพลังสำคัญ…ที่ทำให้พวกเขามีแรงสู้ต่อ CPF เคียงข้างลำปางส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัยทั้งเนื้อไก่ เนื้อหมู และไข่ไก่ ผ่านนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเพื่อส่งต่อถึงเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ผู้ที่กำลังทำหน้าที่ปกป้องผืนป่า และดูแลคุณภาพอากาศของพวกเราทุกคน  และในวันนี้… จิตอาสา CPF ผนึกกำลังเครือซีพีร่วมส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนการดับไฟป่าให้กองทุนประกันอาสาพิทักษ์ดับไฟป่า ภาคเหนือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่)เพื่อเสริมความพร้อม และดูแลความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าเพราะทุกภารกิจต้องมีทั้ง “แรงกาย” และ “ความพร้อม”CPF จึงมุ่งใช้ศักยภาพด้านอาหาร ควบคู่การสนับสนุนอย่างรอบด้านร่วมเคียงข้างสังคมในทุกวิกฤต…อย่างยั่งยืน

ท่ามกลางวิกฤตไฟป่าและหมอกควัน…มีอีกหนึ่งพลังที่ถูกส่งต่อไปถึงแนวหน้า Read More »

ถ้าเด็กไทยได้เรียนรู้ AI ตั้งแต่วันนี้… อนาคตประเทศจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

ถ้าเด็กไทยได้เรียนรู้ AI ตั้งแต่วันนี้… อนาคตประเทศจะเปลี่ยนไปแค่ไหน? CPF ลงมือทำจริง! เดินหน้าพัฒนาโลกการเรียนรู้ต่อเนื่องปีที่ 9 ผ่านโครงการมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) จับมือภาครัฐ–สพฐ.–ภาคเอกชน และโรงเรียนทั่วประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ เสริมศักยภาพเด็กไทยให้ “เก่ง ดี มีคุณธรรม” ก้าวทันโลกเทคโนโลยี สร้างภาวะผู้นำให้เด็กและเยาวชน ต่อยอดทักษะดิจิทัล & AI ใช้ได้จริงในห้องเรียน พัฒนาครูสู่บทบาทผู้ออกแบบการเรียนรู้ เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ด้วยโมเดลจริงอย่าง โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน คุณพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานคณะบริหารโครงการ CONNEXT ED CPF กล่าวว่า การศึกษา คือหัวใจของการพัฒนาเด็กและประเทศ ปีที่ 9 ของคอนเน็กซ์ อีดี เรามุ่งสร้างผู้นำรุ่นใหม่ เติมทักษะดิจิทัลและ AI ควบคู่ทักษะชีวิต ผ่านการบริหารโครงการจริง เพื่อให้เด็กๆ พร้อมรับโลกการเรียนรู้ยุคใหม่อย่างยั่งยืน ผู้นำรุ่นใหม่ของ CPF หรือ School Partner (SP) ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารโรงเรียนและคุณครู ขับเคลื่อนการเรียนรู้ผ่าน 4 มิติ 9 โครงการหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี & ดิจิทัล AI & Coding | ICT Talent | สนับสนุนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ กระบวนการเรียนรู้ Coach & FA | Active Learning | Learning Center คุณภาพชีวิต & คุณธรรม เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน | คุณธรรม–จริยธรรม–ความยั่งยืน การสื่อสารประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม ครูไม่ใช่แค่ผู้สอน แต่คือ Facilitator (FA) เปลี่ยนบทบาทสู่การเรียนรู้แบบ Active Learning | Project-Based Learning (PBL) ใช้สื่อ ICT กระตุ้นการคิด วิเคราะห์ และลงมือทำจริง เชื่อมบทเรียนกับโลกความเป็นจริง ผลลัพธ์ชัดตลอด 8 ปี School Partner (SP) เพิ่มเป็น 169 คน ดูแลสัดส่วน 1 SP : 2 โรงเรียน ยกระดับ School Grading จาก Good → Great อย่างยั่งยืน ปัจจุบัน CPF ดูแล 304 โรงเรียน ที่นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสระบุรี ปี 2569 เตรียมขยาย “Egg Buddy” ยกระดับบทบาท SP เป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษา วางแผน ถอดบทเรียน บริหารทรัพยากร พร้อมถ่ายทอดทักษะการบริหารโครงการให้เด็กๆ เรียนรู้จากของจริง CPF เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทย ด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลัก ความโปร่งใส (Disclosure) กลไกตลาด (Market Mechanism) สร้างผู้นำรุ่นใหม่ (High Quality Leaders) เด็กเป็นศูนย์กลาง (Child Centric) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructures) CPF เคียงข้างการศึกษาไทย เพื่อเด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ถ้าเด็กไทยได้เรียนรู้ AI ตั้งแต่วันนี้… อนาคตประเทศจะเปลี่ยนไปแค่ไหน Read More »

พาณิชย์ออก 4 กฎคุมเข้มนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์–ข้าวสาลี ปี69

พาณิชย์ออก 4 กฎ คุมเข้มการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์–ข้าวสาลี ปี 2569 ชูมาตรการใหม่ คุมนำเข้า “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา” เพื่อป้องกันสุขภาพประชาชน และยกระดับมาตรฐานสินค้าของไทยตามนโยบายรัฐบาล นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้ากำกับดูแลการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างเป็นระบบ ล่าสุดได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ สำหรับปี 2569 รวม 4 ฉบับ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยมีกฎระเบียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา ซึ่งถือเป็นประเด็นใหม่ที่ผู้ประกอบการนำเข้าต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นางอารดาฯ อธิบายว่า การออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2568 เพื่อกำหนดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผาเป็นการเฉพาะ ซึ่งนับเป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่มเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้ามาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ต้องมาจากแหล่งผลิตหรือการทำการเกษตรที่ไม่ใช้วิธีการเผาในกระบวนการเพาะปลูก มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ข้ามแดน สนับสนุนเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรให้สอดรับกับแนวโน้มการค้าโลก โดยผู้นำเข้าจำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลแหล่งผลิต และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงว่าสินค้าที่นำเข้าเป็นไปตามเงื่อนไข “ปลอดการเผา” ที่กฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน  สำหรับหนังสือที่ต้องแสดงประกอบพิธีการตรวจปล่อยของกรมศุลกากรในการนำเข้า มี 2 รูปแบบ เนื่องจากในช่วงแรกเป็นช่วงปรับตัวไม่ให้กระทบต่อการนำเข้ามากนัก จึงให้ผู้นำเข้าสามารถใช้ “หนังสือรับรองตนเอง” ตามแบบฟอร์มที่กำหนด ซึ่งต้องมีข้อมูลด้านการเพาะปลูก ที่ตั้งแปลงปลูก และปริมาณการนำเข้าเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ หรือสามารถใช้ “เอกสารหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจของประเทศผู้ส่งออก หรือที่ออกโดยหน่วยงานหรือสถาบันที่ได้รับการรับรองหรือมอบหมายจากประเทศผู้ส่งออก หรือที่ออกให้โดยองค์กรที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นสากล” เพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางการค้าด้วย โดยผู้นำเข้าต้องเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ ทั้งนี้ จะมีหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ (Competent Authority : CA) ของไทย เป็นผู้เผยแพร่รายชื่อหน่วยงานที่ออกเอกสารดังกล่าวของประเทศส่งออกให้ทราบต่อไป ผู้นำเข้าและผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์จึงควรเตรียมพร้อมปรับระบบจัดหาสินค้าและตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของประกาศฉบับนี้ ซึ่งมีผลใช้บังคับกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากทุกประเทศ กฎระเบียบนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ WTO – อาเซียน ยังใช้กรอบเดิมต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศได้กำหนดกฎระเบียบจำนวน 2 ฉบับ สำหรับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO และกรอบอาเซียน ได้แก่ (1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน สำหรับปี 2569 พ.ศ. 2568 และ (2) ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตร ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569 พ.ศ. 2568 โดยเป็นการออกกฎหมายในลักษณะต่อเนื่องจากปีก่อน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการตลาดและปริมาณนำเข้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตในประเทศ สำหรับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA/ ATIGA) ในปี 2569 กำหนดให้สามารถนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดและส่งตรงมาจากประเทศสมาชิกอาเซียนได้ไม่จำกัดปริมาณในอัตราภาษีร้อยละ 0 แต่ให้ปรับลดช่วงระยะเวลาในการนำเข้าสำหรับกรณีผู้นำเข้าทั่วไป เหลือ 5 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569) เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรไทยในช่วงฤดูกาลผลิตหลัก ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และยังคงข้อกำหนดเอกสารแสดงถิ่นกำเนิดสินค้าหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง และด่านที่นำเข้า รวมถึงข้อกำหนดที่ให้องค์การคลังสินค้านำเข้าได้ตลอดทั้งปีไว้ตามเดิม สำหรับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามพันธกรณีภายใต้ WTO ในปี 2569 ได้ปรับปรุงคุณสมบัติของผู้นำเข้าและขยายปริมาณการนำเข้าในโควตา WTO จากเดิม ที่ให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) นำเข้าในปริมาณ 54,700 ตันต่อปี เป็น ให้ทั้ง อคส. และผู้นำเข้าทั่วไป นำเข้าในปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเป็นผู้ออกประกาศกำหนดอัตราภาษีนำเข้าดังกล่าว ข้าวสาลีอาหารสัตว์ ออกตามรอบปี เน้นเสถียรภาพวัตถุดิบ นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ กรมการค้าต่างประเทศได้ออกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้นำข้าวสาลีเข้ามาในราชอาณาจักร สำหรับปี 2569 พ.ศ. 2568 ตามแนวทางเดียวกับปีที่ผ่านมา เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีวัตถุดิบเพียงพอและต่อเนื่อง โดยไม่ได้เพิ่มเงื่อนไขใหม่ที่มีนัยสำคัญเชิงนโยบายเหมือนกรณีสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แนะผู้นำเข้าโฟกัส “ปลอดการเผา” ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย กรมการค้าต่างประเทศแนะนำให้ผู้ประกอบการนำเข้า ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ที่มีรายละเอียดด้านเอกสารและการตรวจสอบเพิ่มขึ้นจากเดิม ขณะที่กฎระเบียบฉบับอื่นเป็นการดำเนินการตามกรอบเดิมที่ผู้ประกอบการคุ้นเคยอยู่แล้ว ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลกฎระเบียบ แบบคำขอ และแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (www.dft.go.th) หัวข้อ “กฎหมาย” หรือสอบถามเพิ่มเติมจากกองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทร 0 2547 4734 และสายด่วน 1385 เพื่อให้การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีเป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยง และสอดรับกับทิศทางนโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมของประเทศ  

พาณิชย์ออก 4 กฎคุมเข้มนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์–ข้าวสาลี ปี69 Read More »

ซีพีเอฟ ลงนาม MOU สมาคมโคเนื้อฮันวูแห่งชาติเกาหลีใต้ ส่งออกข้าวโพดหมักคุณภาพสูง ยกระดับอาหารสัตว์และปศุสัตว์ยั่งยืน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ (CPF) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสมาคมโคเนื้อฮันวูแห่งชาติ (The National Hanwoo Association) และ Reborn Agency Inc. เพื่อร่วมมือส่งออกข้าวโพดหมักคุณภาพดี (CP Corn Silage) ไปยังประเทศเกาหลีใต้ มุ่งสนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคเนื้อฮันวู ตลอดจนขยายโอกาสทางการตลาดของข้าวโพดหมักจากประเทศไทยสู่ต่างประเทศ และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมปศุสัตว์อย่างยั่งยืนของทั้งเกาหลีใต้และไทย ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ซีพีเอฟทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตและจัดหาข้าวโพดหมักเกรดพรีเมียม โดยพัฒนากระบวนการตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ แนวทางการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการหมัก ภายใต้งานวิจัยและเทคโนโลยีการผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท เพื่อให้สามารถจัดส่งได้ในปริมาณที่เหมาะสม และมีคุณภาพสม่ำเสมอตามข้อกำหนดของตลาดเกาหลีใต้ ขณะที่สมาคมโคเนื้อฮันวูแห่งชาติ ในฐานะผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ จะนำข้าวโพดหมักไปใช้ในการเลี้ยงโคเนื้อฮันวู เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงและความสม่ำเสมอของผลผลิต พร้อมร่วมมือในการติดตามการใช้งาน เก็บข้อมูล และประเมินผลการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาคุณภาพข้าวโพดหมักให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในอนาคต โดยมี Reborn Agency Inc. ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการด้านการนำเข้าข้าวโพดหมักจากประเทศไทย และกระจายผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมาย ทั้งผู้เลี้ยงโคเนื้อ และโคนมในประเทศเกาหลีใต้ ข้าวโพดหมักซีพี (CP Corn Silage) มีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อการใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยซีพีเอฟมีการบริหารจัดการกระบวนการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการหมัก โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในกระบวนการผลิต การควบคุมช่วงเวลาเก็บเกี่ยวให้เหมาะสมในช่วงเวลาที่มีค่า Milk Line สูง รวมถึงการควบคุมความชื้นให้อยู่ในช่วงที่เหมาะต่อการหมัก ผลิตภัณฑ์บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดการสัมผัสอากาศและลดผลกระทบจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เพื่อสนับสนุนให้การหมักเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการ ข้าวโพดหมักซีพีเป็นข้าวโพดหมักทั้งต้นและฝักเกรดระดับพรีเมียม มีคุณค่าทางโภชนาการและคุณภาพที่สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในโคนมและโคเนื้อ และมีส่วนช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพการจัดการฟาร์มและคุณภาพผลผลิตอย่างยั่งยืน  

ซีพีเอฟ ลงนาม MOU สมาคมโคเนื้อฮันวูแห่งชาติเกาหลีใต้ ส่งออกข้าวโพดหมักคุณภาพสูง ยกระดับอาหารสัตว์และปศุสัตว์ยั่งยืน Read More »

เจ็ตสกี–เรือท้องแบน’ จากใจชาวซีพีเอฟ แล่นฝ่าน้ำช่วยชาวใต้ เต็มกำลัง

‘เจ็ตสกี–เรือท้องแบน’ จากใจชาวซีพีเอฟ แล่นฝ่าน้ำช่วยชาวใต้ เต็มกำลัง   ตลอดหลายวันของน้ำท่วมภาคใต้ CPF เดินหน้าส่ง “อาหารจากใจ” ไม่เคยหยุด เพราะความช่วยเหลือเป็นภารกิจแข่งกับเวลา เพื่อเข้าถึงผู้ประสบภัยที่ยังติดค้างอยู่ในบ้าน ทันทีที่ “เรือท้องแบน 3 ลำ” จากทีมวิศวกรรมกลาง CPF ถึงหาดใหญ่ ทีมจิตอาสาโรงงานอาหารสัตว์บกหาดใหญ่ ก็รวมพลังร่วมกับทหาร–ตำรวจ–กู้ภัย พร้อม “เจ็ตสกี 9 ลำ” จากท่านประธานฯ สุภกิต เจียรวนนท์ ที่ส่งตรงจากภูเก็ต เสริมด้วยทีมกู้ภัยบางเทา ไลฟ์การ์ดบางเทา และ ณภัทร มารีน รวมตัวเป็น “หน่วยเคลื่อนที่เร็ว” ลงพื้นที่ทันที 15.30 น. — เริ่มปฏิบัติการแข่งกับเวลา  เจ็ตสกีและเรือท้องแบนฝ่ากระแสน้ำพาชาวบ้านออกจากบ้านที่ถูกตัดขาด พร้อมส่งต่อข้าวกล่อง–น้ำดื่ม “ถึงมือจริง” แบบต่อเนื่อง… แม้หลายคนต้องลุยน้ำออกมารับอาหารด้วยตัวเอง เพราะนี่คือ “พลังใจสุดท้าย” ในวันที่ยากลำบากที่สุดและคำพูดสั้นๆ ของชาวบ้าน…ยังดังก้องในใจทีมงานทุกคน“ขอบคุณที่มาช่วยพวกเรา หลายบ้านติดอยู่ 5-6 วัน… บางคนเพิ่งได้กินมื้ออิ่มที่สุดในรอบหลายวัน”ถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนลืมเหนื่อย และเดินหน้าต่ออย่างไม่หยุดยั้ง 20.30 น. — ต้องหยุดชั่วคราว เพราะน้ำเชี่ยว + ฝนหนัก แต่ไม่มีใครถอย ทุกทีมรีบปรับแผนใหม่ทันที เพื่อกลับเข้าไปให้เร็วกว่าเดิมรุ่งเช้า — ภารกิจกลับมา เจ็ตสกีจากธุรกิจไก่เนื้อเพิ่มอีก 5 ลำ รวมพลังกับเรือท้องแบนเดิม ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านและเพื่อนพนักงานที่ยังติดอยู่ในบ้าน “แบบถึงตัว”ทุกลำบรรทุก “เสบียงอาหารจากใจ” เต็มกำลัง เพราะรู้ดีว่าหลายชีวิตกำลังรอ “ความหวัง” ชาว CPF จะยังคงยืนหยัด เคียงข้างทุกวิกฤต ส่งความห่วงใยทั้ง อาหาร | ทีมเคลื่อนที่เร็ว | เจ็ตสกี 14 ลำ | เรือท้องแบน 3 ลำเพราะวิกฤตแค่ไหน… เราก็ไม่เคยทิ้งกัน

เจ็ตสกี–เรือท้องแบน’ จากใจชาวซีพีเอฟ แล่นฝ่าน้ำช่วยชาวใต้ เต็มกำลัง Read More »

“เมื่อทุกนาที…คือชีวิต” กรมปศุสัตว์ รับมอบอาหารจาก CPF รวมพลังช่วยพี่น้องภาคใต้-สัตว์เลี้ยง ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม

“เมื่อทุกนาที…คือชีวิต” กรมปศุสัตว์ รับมอบอาหารจาก CPF รวมพลังช่วยพี่น้องภาคใต้-สัตว์เลี้ยง ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ในวันที่หลายชุมชนในหาดใหญ่ถูกตัดขาด—ทั้งคน ทั้งสัตว์เลี้ยง ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำสะอาดวันนี้ น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์รับมอบ “ไข่ต้มสมุนไพรซีพี” 10,000 ฟอง และอาหารสุนัข–แมว JerHigh & JINNY รวมกว่า 3.2 ตันจากทีมจิตอาสา CPF เพื่อเร่งช่วยผู้ประสบภัยและสัตว์เลี้ยงที่กำลังรอความช่วยเหลือใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ความช่วยเหลือทั้งหมด ถูกลำเลียงด้วยเครื่องบินฝนหลวง CN2222 จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตรบินฝ่าฝน ฝ่าพายุ เพียงเพื่อให้ “ความอิ่ม” และ “ความหวัง” เดินทางไปถึงเร็วที่สุดเพราะในยามวิกฤต…เราเชื่อใน “พลังของการให้”CPF ขอร่วมเป็นหนึ่งแรงเล็กๆ เพื่อให้พี่น้องภาคใต้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน 

“เมื่อทุกนาที…คือชีวิต” กรมปศุสัตว์ รับมอบอาหารจาก CPF รวมพลังช่วยพี่น้องภาคใต้-สัตว์เลี้ยง ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม Read More »

โปร่งใส–รักษ์โลก–ยั่งยืน ‘Bunge x BKP’ ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับ “กากถั่วเหลือง-วัตถุดิบอาหารสัตว์ยั่งยืน” ด้วยบล็อกเชนสุดล้ำ

   โปร่งใส–รักษ์โลก–ยั่งยืน ‘Bunge x BKP’ ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับ “กากถั่วเหลือง-วัตถุดิบอาหารสัตว์ยั่งยืน” ด้วยบล็อกเชนสุดล้ำ   กากถั่วเหลืองปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ตรวจสอบได้ตั้งแต่แหล่งที่มา → โต๊ะอาหาร  เพื่อช่วยลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน Bunge → ส่งออกถั่วเหลืองจากบราซิล BKP → ตรวจสอบโปร่งใสด้วย  Blockchain CPF → ผลิตอาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย รักษ์โลก ผู้บริโภค → ได้ทานทุกคำอย่างมั่นใจMr. Julio Garros ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการร่วม Bunge และ คุณฐิติ ลุจินตานนท์ CEO BKP ลงนามความร่วมมือระดับโลกโดยมี ท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ พร้อมผู้บริหาร CPF | คุณอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ CEO CPF และผู้บริหารเครือฯ ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือครั้งนี้…ไม่ใช่แค่ “ดีลธุรกิจ” แต่คือ “ดีลเพื่อโลก”  ห่วงโซ่อาหารโปร่งใส เชื่อมด้วยเทคโนโลยี + นวัตกรรม + ความยั่งยืน → สู่ Net Zero 2050  

โปร่งใส–รักษ์โลก–ยั่งยืน ‘Bunge x BKP’ ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับ “กากถั่วเหลือง-วัตถุดิบอาหารสัตว์ยั่งยืน” ด้วยบล็อกเชนสุดล้ำ Read More »

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้แก่ท่านได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงทำให้สามารถมอบข้อเสนอ กิจกรรมส่งเสริมการขาย เลือกเนื้อหาให้เหมาะสมแก่ท่านอย่างเป็นส่วนตัวได้ การเก็บและใช้งานคุกกี้สามารถศึกษาได้ที่นโยบายการใช้คุกกี้นี้ การใช้งานเว็บไซต์นี้จะมีการจัดเก็บคุกกี้ประเภทต่าง ๆ ซึ่งท่านต้องยอมรับและยินยอมให้บริษัทฯ จัดเก็บ. (เรียนรู้เพิ่มเติม)