Logo-CPF-small-65png

ข่าวน่าสนใจ

ถ้าเด็กไทยได้เรียนรู้ AI ตั้งแต่วันนี้… อนาคตประเทศจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

ถ้าเด็กไทยได้เรียนรู้ AI ตั้งแต่วันนี้… อนาคตประเทศจะเปลี่ยนไปแค่ไหน? CPF ลงมือทำจริง! เดินหน้าพัฒนาโลกการเรียนรู้ต่อเนื่องปีที่ 9 ผ่านโครงการมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) จับมือภาครัฐ–สพฐ.–ภาคเอกชน และโรงเรียนทั่วประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ เสริมศักยภาพเด็กไทยให้ “เก่ง ดี มีคุณธรรม” ก้าวทันโลกเทคโนโลยี สร้างภาวะผู้นำให้เด็กและเยาวชน ต่อยอดทักษะดิจิทัล & AI ใช้ได้จริงในห้องเรียน พัฒนาครูสู่บทบาทผู้ออกแบบการเรียนรู้ เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ด้วยโมเดลจริงอย่าง โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน คุณพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานคณะบริหารโครงการ CONNEXT ED CPF กล่าวว่า การศึกษา คือหัวใจของการพัฒนาเด็กและประเทศ ปีที่ 9 ของคอนเน็กซ์ อีดี เรามุ่งสร้างผู้นำรุ่นใหม่ เติมทักษะดิจิทัลและ AI ควบคู่ทักษะชีวิต ผ่านการบริหารโครงการจริง เพื่อให้เด็กๆ พร้อมรับโลกการเรียนรู้ยุคใหม่อย่างยั่งยืน ผู้นำรุ่นใหม่ของ CPF หรือ School Partner (SP) ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารโรงเรียนและคุณครู ขับเคลื่อนการเรียนรู้ผ่าน 4 มิติ 9 โครงการหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี & ดิจิทัล AI & Coding | ICT Talent | สนับสนุนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ กระบวนการเรียนรู้ Coach & FA | Active Learning | Learning Center คุณภาพชีวิต & คุณธรรม เลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน | คุณธรรม–จริยธรรม–ความยั่งยืน การสื่อสารประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม ครูไม่ใช่แค่ผู้สอน แต่คือ Facilitator (FA) เปลี่ยนบทบาทสู่การเรียนรู้แบบ Active Learning | Project-Based Learning (PBL) ใช้สื่อ ICT กระตุ้นการคิด วิเคราะห์ และลงมือทำจริง เชื่อมบทเรียนกับโลกความเป็นจริง ผลลัพธ์ชัดตลอด 8 ปี School Partner (SP) เพิ่มเป็น 169 คน ดูแลสัดส่วน 1 SP : 2 โรงเรียน ยกระดับ School Grading จาก Good → Great อย่างยั่งยืน ปัจจุบัน CPF ดูแล 304 โรงเรียน ที่นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสระบุรี ปี 2569 เตรียมขยาย “Egg Buddy” ยกระดับบทบาท SP เป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษา วางแผน ถอดบทเรียน บริหารทรัพยากร พร้อมถ่ายทอดทักษะการบริหารโครงการให้เด็กๆ เรียนรู้จากของจริง CPF เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทย ด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลัก ความโปร่งใส (Disclosure) กลไกตลาด (Market Mechanism) สร้างผู้นำรุ่นใหม่ (High Quality Leaders) เด็กเป็นศูนย์กลาง (Child Centric) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructures) CPF เคียงข้างการศึกษาไทย เพื่อเด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ถ้าเด็กไทยได้เรียนรู้ AI ตั้งแต่วันนี้… อนาคตประเทศจะเปลี่ยนไปแค่ไหน Read More »

พาณิชย์ออก 4 กฎคุมเข้มนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์–ข้าวสาลี ปี69

พาณิชย์ออก 4 กฎ คุมเข้มการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์–ข้าวสาลี ปี 2569 ชูมาตรการใหม่ คุมนำเข้า “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา” เพื่อป้องกันสุขภาพประชาชน และยกระดับมาตรฐานสินค้าของไทยตามนโยบายรัฐบาล นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้ากำกับดูแลการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างเป็นระบบ ล่าสุดได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ สำหรับปี 2569 รวม 4 ฉบับ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยมีกฎระเบียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา ซึ่งถือเป็นประเด็นใหม่ที่ผู้ประกอบการนำเข้าต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นางอารดาฯ อธิบายว่า การออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2568 เพื่อกำหนดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผาเป็นการเฉพาะ ซึ่งนับเป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่มเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้ามาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ต้องมาจากแหล่งผลิตหรือการทำการเกษตรที่ไม่ใช้วิธีการเผาในกระบวนการเพาะปลูก มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ข้ามแดน สนับสนุนเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรให้สอดรับกับแนวโน้มการค้าโลก โดยผู้นำเข้าจำเป็นต้องจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลแหล่งผลิต และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงว่าสินค้าที่นำเข้าเป็นไปตามเงื่อนไข “ปลอดการเผา” ที่กฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน  สำหรับหนังสือที่ต้องแสดงประกอบพิธีการตรวจปล่อยของกรมศุลกากรในการนำเข้า มี 2 รูปแบบ เนื่องจากในช่วงแรกเป็นช่วงปรับตัวไม่ให้กระทบต่อการนำเข้ามากนัก จึงให้ผู้นำเข้าสามารถใช้ “หนังสือรับรองตนเอง” ตามแบบฟอร์มที่กำหนด ซึ่งต้องมีข้อมูลด้านการเพาะปลูก ที่ตั้งแปลงปลูก และปริมาณการนำเข้าเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ หรือสามารถใช้ “เอกสารหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจของประเทศผู้ส่งออก หรือที่ออกโดยหน่วยงานหรือสถาบันที่ได้รับการรับรองหรือมอบหมายจากประเทศผู้ส่งออก หรือที่ออกให้โดยองค์กรที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นสากล” เพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางการค้าด้วย โดยผู้นำเข้าต้องเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ ทั้งนี้ จะมีหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ (Competent Authority : CA) ของไทย เป็นผู้เผยแพร่รายชื่อหน่วยงานที่ออกเอกสารดังกล่าวของประเทศส่งออกให้ทราบต่อไป ผู้นำเข้าและผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์จึงควรเตรียมพร้อมปรับระบบจัดหาสินค้าและตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของประกาศฉบับนี้ ซึ่งมีผลใช้บังคับกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากทุกประเทศ กฎระเบียบนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ WTO – อาเซียน ยังใช้กรอบเดิมต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศได้กำหนดกฎระเบียบจำนวน 2 ฉบับ สำหรับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO และกรอบอาเซียน ได้แก่ (1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน สำหรับปี 2569 พ.ศ. 2568 และ (2) ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตร ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569 พ.ศ. 2568 โดยเป็นการออกกฎหมายในลักษณะต่อเนื่องจากปีก่อน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการตลาดและปริมาณนำเข้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์การผลิตในประเทศ สำหรับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA/ ATIGA) ในปี 2569 กำหนดให้สามารถนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดและส่งตรงมาจากประเทศสมาชิกอาเซียนได้ไม่จำกัดปริมาณในอัตราภาษีร้อยละ 0 แต่ให้ปรับลดช่วงระยะเวลาในการนำเข้าสำหรับกรณีผู้นำเข้าทั่วไป เหลือ 5 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569) เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรไทยในช่วงฤดูกาลผลิตหลัก ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และยังคงข้อกำหนดเอกสารแสดงถิ่นกำเนิดสินค้าหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง และด่านที่นำเข้า รวมถึงข้อกำหนดที่ให้องค์การคลังสินค้านำเข้าได้ตลอดทั้งปีไว้ตามเดิม สำหรับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามพันธกรณีภายใต้ WTO ในปี 2569 ได้ปรับปรุงคุณสมบัติของผู้นำเข้าและขยายปริมาณการนำเข้าในโควตา WTO จากเดิม ที่ให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) นำเข้าในปริมาณ 54,700 ตันต่อปี เป็น ให้ทั้ง อคส. และผู้นำเข้าทั่วไป นำเข้าในปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเป็นผู้ออกประกาศกำหนดอัตราภาษีนำเข้าดังกล่าว ข้าวสาลีอาหารสัตว์ ออกตามรอบปี เน้นเสถียรภาพวัตถุดิบ นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ กรมการค้าต่างประเทศได้ออกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้นำข้าวสาลีเข้ามาในราชอาณาจักร สำหรับปี 2569 พ.ศ. 2568 ตามแนวทางเดียวกับปีที่ผ่านมา เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีวัตถุดิบเพียงพอและต่อเนื่อง โดยไม่ได้เพิ่มเงื่อนไขใหม่ที่มีนัยสำคัญเชิงนโยบายเหมือนกรณีสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แนะผู้นำเข้าโฟกัส “ปลอดการเผา” ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย กรมการค้าต่างประเทศแนะนำให้ผู้ประกอบการนำเข้า ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ที่มีรายละเอียดด้านเอกสารและการตรวจสอบเพิ่มขึ้นจากเดิม ขณะที่กฎระเบียบฉบับอื่นเป็นการดำเนินการตามกรอบเดิมที่ผู้ประกอบการคุ้นเคยอยู่แล้ว ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลกฎระเบียบ แบบคำขอ และแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (www.dft.go.th) หัวข้อ “กฎหมาย” หรือสอบถามเพิ่มเติมจากกองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทร 0 2547 4734 และสายด่วน 1385 เพื่อให้การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีเป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยง และสอดรับกับทิศทางนโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมของประเทศ  

พาณิชย์ออก 4 กฎคุมเข้มนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์–ข้าวสาลี ปี69 Read More »

เจ็ตสกี–เรือท้องแบน’ จากใจชาวซีพีเอฟ แล่นฝ่าน้ำช่วยชาวใต้ เต็มกำลัง

‘เจ็ตสกี–เรือท้องแบน’ จากใจชาวซีพีเอฟ แล่นฝ่าน้ำช่วยชาวใต้ เต็มกำลัง   ตลอดหลายวันของน้ำท่วมภาคใต้ CPF เดินหน้าส่ง “อาหารจากใจ” ไม่เคยหยุด เพราะความช่วยเหลือเป็นภารกิจแข่งกับเวลา เพื่อเข้าถึงผู้ประสบภัยที่ยังติดค้างอยู่ในบ้าน ทันทีที่ “เรือท้องแบน 3 ลำ” จากทีมวิศวกรรมกลาง CPF ถึงหาดใหญ่ ทีมจิตอาสาโรงงานอาหารสัตว์บกหาดใหญ่ ก็รวมพลังร่วมกับทหาร–ตำรวจ–กู้ภัย พร้อม “เจ็ตสกี 9 ลำ” จากท่านประธานฯ สุภกิต เจียรวนนท์ ที่ส่งตรงจากภูเก็ต เสริมด้วยทีมกู้ภัยบางเทา ไลฟ์การ์ดบางเทา และ ณภัทร มารีน รวมตัวเป็น “หน่วยเคลื่อนที่เร็ว” ลงพื้นที่ทันที 15.30 น. — เริ่มปฏิบัติการแข่งกับเวลา  เจ็ตสกีและเรือท้องแบนฝ่ากระแสน้ำพาชาวบ้านออกจากบ้านที่ถูกตัดขาด พร้อมส่งต่อข้าวกล่อง–น้ำดื่ม “ถึงมือจริง” แบบต่อเนื่อง… แม้หลายคนต้องลุยน้ำออกมารับอาหารด้วยตัวเอง เพราะนี่คือ “พลังใจสุดท้าย” ในวันที่ยากลำบากที่สุดและคำพูดสั้นๆ ของชาวบ้าน…ยังดังก้องในใจทีมงานทุกคน“ขอบคุณที่มาช่วยพวกเรา หลายบ้านติดอยู่ 5-6 วัน… บางคนเพิ่งได้กินมื้ออิ่มที่สุดในรอบหลายวัน”ถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนลืมเหนื่อย และเดินหน้าต่ออย่างไม่หยุดยั้ง 20.30 น. — ต้องหยุดชั่วคราว เพราะน้ำเชี่ยว + ฝนหนัก แต่ไม่มีใครถอย ทุกทีมรีบปรับแผนใหม่ทันที เพื่อกลับเข้าไปให้เร็วกว่าเดิมรุ่งเช้า — ภารกิจกลับมา เจ็ตสกีจากธุรกิจไก่เนื้อเพิ่มอีก 5 ลำ รวมพลังกับเรือท้องแบนเดิม ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านและเพื่อนพนักงานที่ยังติดอยู่ในบ้าน “แบบถึงตัว”ทุกลำบรรทุก “เสบียงอาหารจากใจ” เต็มกำลัง เพราะรู้ดีว่าหลายชีวิตกำลังรอ “ความหวัง” ชาว CPF จะยังคงยืนหยัด เคียงข้างทุกวิกฤต ส่งความห่วงใยทั้ง อาหาร | ทีมเคลื่อนที่เร็ว | เจ็ตสกี 14 ลำ | เรือท้องแบน 3 ลำเพราะวิกฤตแค่ไหน… เราก็ไม่เคยทิ้งกัน

เจ็ตสกี–เรือท้องแบน’ จากใจชาวซีพีเอฟ แล่นฝ่าน้ำช่วยชาวใต้ เต็มกำลัง Read More »

“เมื่อทุกนาที…คือชีวิต” กรมปศุสัตว์ รับมอบอาหารจาก CPF รวมพลังช่วยพี่น้องภาคใต้-สัตว์เลี้ยง ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม

“เมื่อทุกนาที…คือชีวิต” กรมปศุสัตว์ รับมอบอาหารจาก CPF รวมพลังช่วยพี่น้องภาคใต้-สัตว์เลี้ยง ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ในวันที่หลายชุมชนในหาดใหญ่ถูกตัดขาด—ทั้งคน ทั้งสัตว์เลี้ยง ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำสะอาดวันนี้ น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์รับมอบ “ไข่ต้มสมุนไพรซีพี” 10,000 ฟอง และอาหารสุนัข–แมว JerHigh & JINNY รวมกว่า 3.2 ตันจากทีมจิตอาสา CPF เพื่อเร่งช่วยผู้ประสบภัยและสัตว์เลี้ยงที่กำลังรอความช่วยเหลือใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ความช่วยเหลือทั้งหมด ถูกลำเลียงด้วยเครื่องบินฝนหลวง CN2222 จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตรบินฝ่าฝน ฝ่าพายุ เพียงเพื่อให้ “ความอิ่ม” และ “ความหวัง” เดินทางไปถึงเร็วที่สุดเพราะในยามวิกฤต…เราเชื่อใน “พลังของการให้”CPF ขอร่วมเป็นหนึ่งแรงเล็กๆ เพื่อให้พี่น้องภาคใต้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน 

“เมื่อทุกนาที…คือชีวิต” กรมปศุสัตว์ รับมอบอาหารจาก CPF รวมพลังช่วยพี่น้องภาคใต้-สัตว์เลี้ยง ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม Read More »

โปร่งใส–รักษ์โลก–ยั่งยืน ‘Bunge x BKP’ ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับ “กากถั่วเหลือง-วัตถุดิบอาหารสัตว์ยั่งยืน” ด้วยบล็อกเชนสุดล้ำ

   โปร่งใส–รักษ์โลก–ยั่งยืน ‘Bunge x BKP’ ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับ “กากถั่วเหลือง-วัตถุดิบอาหารสัตว์ยั่งยืน” ด้วยบล็อกเชนสุดล้ำ   กากถั่วเหลืองปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ตรวจสอบได้ตั้งแต่แหล่งที่มา → โต๊ะอาหาร  เพื่อช่วยลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน Bunge → ส่งออกถั่วเหลืองจากบราซิล BKP → ตรวจสอบโปร่งใสด้วย  Blockchain CPF → ผลิตอาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย รักษ์โลก ผู้บริโภค → ได้ทานทุกคำอย่างมั่นใจMr. Julio Garros ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการร่วม Bunge และ คุณฐิติ ลุจินตานนท์ CEO BKP ลงนามความร่วมมือระดับโลกโดยมี ท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ พร้อมผู้บริหาร CPF | คุณอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ CEO CPF และผู้บริหารเครือฯ ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือครั้งนี้…ไม่ใช่แค่ “ดีลธุรกิจ” แต่คือ “ดีลเพื่อโลก”  ห่วงโซ่อาหารโปร่งใส เชื่อมด้วยเทคโนโลยี + นวัตกรรม + ความยั่งยืน → สู่ Net Zero 2050  

โปร่งใส–รักษ์โลก–ยั่งยืน ‘Bunge x BKP’ ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับ “กากถั่วเหลือง-วัตถุดิบอาหารสัตว์ยั่งยืน” ด้วยบล็อกเชนสุดล้ำ Read More »

ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ รับ 4 รางวัลใหญ่ ในงานมอบรางวัล CP Excellence Day 2025: Sharing, Learning and Honoring

   ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ รับ 4 รางวัลใหญ่ ในงานมอบรางวัล CP Excellence Day 2025: Sharing, Learning and Honoring    ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ นำโดยคุณเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก รวมทั้งผู้บริหารและตัวแทนคณะทำงาน ซีพีสู่ความเป็นเลิศ (CP Excellence) รับมอบรางวัลใหญ่ ดังนี้1. Holistic Excellence รางวัลความเป็นเลิศองค์รวม: Platinum Level (2025)2. Holistic Excellence รางวัลความเป็นเลิศองค์รวม: Gold Level (2022)3. Outstanding Achievement – Operation: รางวัลโดดเด่น ด้านปฏิบัติการ: Platinum Level4. Outstanding Achievement – Customer: รางวัลโดดเด่น ด้านลูกค้า: Platinum Level    การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีและมอบรางวัลเกียรติยศ CP Excellence Award แก่องค์กรที่นำระบบบริหาร CP Excellence ไปใช้จนเกิดผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง โดยมี ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานในงาน    ภายในงานยังมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากองค์กรต้นแบบ นำโดย Mr. Bai Shan Lin รองประธานอาวุโส ธุรกิจสุกร ประเทศจีน และคุณยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ในการขับเคลื่อนองค์กรด้วย CP Excellence เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน   ดำเนินการและจัดงาน โดย สำนักระบบบริหารซีพีสู่ความเป็นเลิศ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 21 อาคารทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร        

ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ รับ 4 รางวัลใหญ่ ในงานมอบรางวัล CP Excellence Day 2025: Sharing, Learning and Honoring Read More »

จากฟาร์มขาดทุน…สู่กำไรหลักแสน ด้วย Smart Farm ที่เริ่มต้นแค่หมื่นเดียว!

“เคยเลี้ยงหมูแล้วไม่เห็นกำไรเลย” “เลี้ยงไปเหนื่อยไป แต่เงินไม่เหลือ” “แรงงานก็หายาก ค่าน้ำค่าไฟก็ขึ้น” คำพูดเหล่านี้คงเป็นเรื่องที่ฟังดูคุ้นหูสำหรับเจ้าของฟาร์มสัตว์เศรษฐกิจหลายคน โดยเฉพาะในยุคที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ราคาขายไม่แน่นอน แต่รู้ไหมว่า วันนี้มีฟาร์มไทยหลายแห่งสามารถพลิกจากสถานะ “ขาดทุน” กลับมา “กำไรหลักแสน” ได้ภายในไม่กี่รอบการเลี้ยง และสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนเกมก็คือ “Smart Farm” ระบบฟาร์มอัจฉริยะที่เริ่มต้นได้ด้วยงบประมาณเพียงหลักหมื่นบาท! จากปัญหาสู่จุดเปลี่ยน: แค่เปลี่ยนแนวคิด เกษตรกรเจ้าของฟาร์มสุกรขนาดกลางในภาคตะวันตก เคยเจอกับปัญหาคลาสสิกของฟาร์มทั่วไป คือ ต้นทุนสูง กำไรต่ำ หมูตายจากโรค ไม่รู้ว่าขาดทุนเพราะอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเริ่มต้นเปลี่ยนแนวคิดจากการเลี้ยงแบบดั้งเดิม มาเป็นการเลี้ยงแบบใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย เขาเริ่มต้นเพียงแค่ 15,000 บาท ในการติดตั้งระบบให้อาหารอัตโนมัติและเซนเซอร์วัดอุณหภูมิภายในโรงเรือน พร้อมใช้แอปพลิเคชันเก็บข้อมูลการกินอาหารของหมูแต่ละคอก ผลที่ได้คือ ภายใน 3 เดือน หมูโตเร็วขึ้น ใช้อาหารน้อยลง โรงเรือนสะอาดขึ้น และที่สำคัญที่สุด – กำไรสุทธิเพิ่มจากหลักพันเป็นหลักแสน! แล้ว Smart Farm ช่วยเพิ่มกำไรได้อย่างไร? รู้ต้นทุนแบบเรียลไทม์ = ควบคุมงบแม่นยำ ระบบบันทึกข้อมูลแบบอัตโนมัติ เช่น การใช้ไฟฟ้า อาหาร น้ำ ยา ช่วยให้เจ้าของฟาร์มสามารถคำนวณต้นทุนต่อรอบการเลี้ยงได้อย่างแม่นยำ รู้ว่าควรลด-เพิ่มอะไร ไม่ต้องรอปิดงบถึงรู้ว่าขาดทุน ลดการสูญเสีย = เพิ่มอัตรารอดชีวิต ระบบเซนเซอร์ช่วยแจ้งเตือนทันทีเมื่ออุณหภูมิในโรงเรือนสูงเกินหรือมีความผิดปกติ เช่น หมูไม่กินอาหาร ลดการสูญเสียจากโรคหรือความเครียดของสัตว์ได้มากกว่า 30–50% ระบบอัตโนมัติ = ลดแรงงาน + เพิ่มประสิทธิภาพ การติดตั้งเครื่องให้อาหารและน้ำแบบอัตโนมัติ ลดการพึ่งพาแรงงานรายวันได้อย่างมาก เหลือแรงงานแค่ 1–2 คนก็ดูแลฟาร์มได้ทั้งระบบ นอกจากนี้ยังให้อาหารได้ตรงเวลาและปริมาณ ทำให้หมูโตเร็วและสุขภาพดี AI วิเคราะห์น้ำหนักหมู = ขายจังหวะที่ได้ราคาดี ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมและน้ำหนักสัตว์ สามารถคำนวณช่วงเวลาที่ควรขายเพื่อให้ได้ราคาสูงสุด พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้าให้เกษตรกรไม่พลาดโอกาส คืนทุนไว = เริ่มได้ด้วยงบไม่สูง แม้จะลงทุนในระบบอัจฉริยะ แต่ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 10,000–30,000 บาท และสามารถคืนทุนได้ในรอบการเลี้ยงเพียง 2–3 ครั้ง เทียบกับผลตอบแทนแล้วถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก ฟาร์มเล็กก็ทำได้ ฟาร์มใหญ่ก็ขยายได้ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ Smart Farm เหมาะกับฟาร์มใหญ่เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ฟาร์มขนาดเล็ก–กลางสามารถเริ่มต้นจากระบบใดระบบหนึ่งก่อน เช่น ระบบให้อาหารอัตโนมัติ หรือระบบบันทึกข้อมูล แล้วค่อย ๆ ขยับขยาย สำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ Smart Farm ยังช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มความแม่นยำในการจัดการหลายโรงเรือนได้พร้อมกัน ลดโอกาสผิดพลาดจากมนุษย์ และวางแผนธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ : อย่ารอให้ขาดทุนจนสาย – เปลี่ยนวันนี้ กำไรพุ่งทันที การเปลี่ยนผ่านไปสู่ Smart Farm ไม่ใช่เรื่องใหญ่เสมอไป บางครั้งการเริ่มต้นเล็ก ๆ อย่างการรู้ต้นทุนที่แท้จริงหรือการให้อาหารตรงเวลา ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงใหญ่ในผลกำไรได้ หากคุณกำลังเลี้ยงสัตว์แล้วรู้สึกว่าเหนื่อยแต่ไม่คุ้ม Smart Farm อาจคือทางรอดและโอกาสใหม่ที่คุณกำลังมองหา  

จากฟาร์มขาดทุน…สู่กำไรหลักแสน ด้วย Smart Farm ที่เริ่มต้นแค่หมื่นเดียว! Read More »

มื้อนี้ที่ห่วงใย … ซีพีเอฟ ส่งต่อกำลังใจสู่ศูนย์อพยพชายแดน

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ซีพีเอฟเดินหน้าเคียงข้างประชาชน ส่งมอบวัตถุดิบปรุงอาหารให้ศูนย์อพยพใน 4 จังหวัดภาคอีสาน ซีพีเอฟ ห่วงใยพี่น้องประชาชน พร้อมอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต โดย ธุรกิจสุกร ภาคอีสาน เร่งจัดตั้งศูนย์ประสานงาน 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์น้ำยืน ศูนย์ศรีสะเกษ ศูนย์สุรินทร์ เพื่อประสานการช่วยเหลือแก่ศูนย์อพยพของหน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อส่งความห่วงใยผ่านมื้ออาหารของทุกคน โดยจับมือร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ โดยได้มอบเนื้อหมูและเนื้อไก่ แก่ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบแก่ โรงครัวพระราชทาน โดยกองอำนวนการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุบลราชธานี  ส่วนในจังหวัดศรีสะเกษ ธุรกิจสุกร สนับสนุนเนื้อหมู เนื้อไก่ และน้ำดื่ม แก่ศูนย์รับอพยพประชาชน ที่ว่าการ อ.เบญจลักษ์,  ที่ทำการ ต.หนองหว้า, ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.หนองหว้า, รพ.สต.หนองหว้า, อบต.ท่าคล้อ จำนวน 4 ศูนย์, ที่ว่าการ อ.โนนคูณ, อบต. โนนค้อ จำนวน 2 ศูนย์ และ อบต.พรหมสวัสดิ์ อ.พยุห์  โดยส่งมอบวัตถุดิบทั้งหมดแก่หน่วยงานต่างๆ ใช้ประกอบอาหาร แจกจ่ายให้กับประชาชนและอาสาสมัครต่อไป ทางด้าน โรงงานผลิตอาหารสัตว์ศรีสะเกษ ธุรกิจสุกร ร่วมสนับสนุนน้ำดื่ม CP ให้กับศูนย์พักพิง 2 ศูนย์ ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ 1.ศูนย์พักพิง หอประชุม อ.โนนคูณ และ ศูนย์พักพิง ศาลาวัดทักษิณธรรมนิเวศน์ อ.โนนคูณ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขณะที่ ธุรกิจไก่เนื้อ ภาคอีสาน โดย โรงงานชำแหละไก่ศรีสะเกษ เร่งสนับสนุนผลิตภัณฑ์ไก่ ในภารกิจการช่วยเหลือประชาชน ในจุดอพยพ อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ จำนวน 4 จุด จำนวนผู้อพยพรวมกว่า 2,550 ราย ได้แก่ จุดอพยพ อ.เบญจลักษ์, จุดอพยพวัดคำสะอาด ต.ท่าคล้อ, จุดอพยพวัดโนนสำโรง ต.ท่าคล้อ และจุดอพยพวัดหนองบักโทน ต.ท่าคล้อ ล่าสุดสนับสนุนแก่จุดอพยพ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี นอกจากนี้ ธุรกิจไก่ไข่ ภาคอีสาน ส่งมอบไข่ไก่ CP จำนวน 3,000 ฟอง ถึงศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ และเตรียมส่งมอบแก่ อ.ไพรบึง อ.ภูสิงห์ ด้วย ซีพีเอฟ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใย ไปพร้อมกับมื้ออาหาร ที่หน่วยงานภาคีเครือข่าย ตั้งใจปรุงเพื่อนำไปส่งมอบถึงมือพี่น้องประชาชน ให้ก้าวผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยความปลอดภัย./  

มื้อนี้ที่ห่วงใย … ซีพีเอฟ ส่งต่อกำลังใจสู่ศูนย์อพยพชายแดน Read More »

เลี้ยงสุกรแบบเดิมได้แค่รอด…เลี้ยงแบบ Smart Farm รวยได้จริง

ในวันที่ต้นทุนพุ่งขึ้น แต่ราคาหมูไม่แน่นอน การเลี้ยงสุกรแบบเดิม ๆ อาจทำให้คุณแค่ “อยู่รอด” แต่ไม่ “รวย” ไม่ว่าจะใช้แรงงานหนักแค่ไหน หรือประสบการณ์ยาวนานเพียงใด หากขาดข้อมูลที่แม่นยำและระบบที่ช่วยตัดสินใจแบบมืออาชีพ ก็ยากที่จะขยับจากจุดเดิมได้ ในทางตรงกันข้าม “Smart Farm” หรือระบบฟาร์มอัจฉริยะ กำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ของคนรุ่นใหม่ และเจ้าของฟาร์มที่มองไกล เพราะไม่ใช่แค่ช่วยลดภาระ แต่ยังช่วยเพิ่ม “กำไร” ได้อย่างชัดเจน แล้ว Smart Farm ดีกว่าเดิมอย่างไร? บันทึกข้อมูลอัตโนมัติ ไม่ต้องจด ไม่ต้องคาดเดา ปัญหาใหญ่ของการเลี้ยงหมูแบบเดิมคือ “ไม่มีข้อมูล” หรือ “มีแต่ไม่ครบ” เช่น ไม่รู้ว่าแต่ละวันให้อาหารเท่าไร หมูโตเร็วแค่ไหน หรือใช้ต้นทุนไปเท่าไรในแต่ละรอบ สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญต่อการตัดสินใจ แต่ใน Smart Farm เราสามารถติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ ความชื้น อัตราการกินน้ำ กินอาหาร หรือแม้แต่ระบบติดตามน้ำหนักหมูแบบเรียลไทม์ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบคลาวด์ และแสดงผลในแอปมือถือหรือ Dashboard ช่วยให้เจ้าของฟาร์มตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและแม่นยำมากขึ้น ควบคุมต้นทุนได้แบบรู้ตัวทุกวัน ในอดีต คุณอาจจะรู้ว่าขายหมูได้ราคาเท่าไร แต่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว “ต้นทุนต่อกิโลกรัม” คือเท่าไร ระบบ Smart Farm จะวิเคราะห์ต้นทุนในแต่ละวัน เช่น อาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้าง แยกตามรอบการเลี้ยง และเทียบกับผลผลิตที่ได้ ทำให้รู้ทันทีว่ารอบไหนกำไร รอบไหนขาดทุน และต้องปรับอะไรให้ดีขึ้นในรอบหน้า ใช้แรงงานน้อยลง แต่ได้ผลผลิตมากขึ้น ปัญหาแรงงานขาดแคลนในภาคเกษตรไม่ใช่เรื่องใหม่ Smart Farm ช่วยลดการพึ่งพาแรงงานได้มาก เช่น ระบบให้อาหารอัตโนมัติ เครื่องให้น้ำแบบตั้งเวลา หรือแม้แต่กล้องวงจรปิดที่สามารถดูแลฟาร์มจากมือถือ แถมยังตั้งระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น อุณหภูมิสูงเกิน หมูไม่กินอาหาร หรือระบบน้ำมีปัญหา ทำให้เจ้าของฟาร์มไม่ต้องอยู่หน้างานตลอดเวลา แต่ยังควบคุมฟาร์มได้เหมือนเดิม (หรือดีกว่าเดิม) ขายหมูได้จังหวะที่กำไรสูงสุด ระบบ AI Predictive Weight สามารถคาดการณ์ได้ว่าหมูแต่ละตัวจะถึงน้ำหนักเป้าหมายเมื่อไร พร้อมแจ้งเตือนช่วงเวลาที่ควรขายที่สุด (Peak Profit Window) ช่วยให้เจ้าของฟาร์มไม่ต้องขายเร็วเกินหรือช้าเกิน ทั้งยังเพิ่มโอกาสได้ราคาดีในตลาด สร้างภาพลักษณ์ฟาร์มทันสมัย ดึงดูดนักลงทุนและคนรุ่นใหม่ เมื่อฟาร์มคุณมีระบบเก็บข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีผลลัพธ์เป็นตัวเลขจริง นักลงทุนหรือพันธมิตรธุรกิจจะมองเห็นศักยภาพของฟาร์มมากขึ้น นอกจากนี้ยังดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้สนใจกลับมาทำเกษตร เพราะไม่ต้องใช้แรงงานหนักเหมือนสมัยก่อน และสามารถวัดผลได้จริง Smart Farm เริ่มต้นไม่ยากอย่างที่คิด หลายคนอาจคิดว่าการเปลี่ยนมาเป็น Smart Farm ต้องลงทุนหลักแสนถึงหลักล้าน แต่ความจริงแล้ว คุณสามารถเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ก่อน เช่น ติดตั้งระบบให้อาหารอัตโนมัติ หรือเก็บข้อมูลน้ำหนักหมูด้วยเซนเซอร์ แล้วค่อยต่อยอดเพิ่มขึ้นทีละขั้นในงบประมาณที่ควบคุมได้ ไม่มีคำว่าช้าเกินไป ถ้าวันนี้คุณเริ่ม หากคุณยังเลี้ยงสุกรแบบเดิมอยู่ แล้วรู้สึกว่ากำไรไม่ขยับ รายได้ไม่แน่นอน ลองเปิดใจให้เทคโนโลยีเข้าไปเป็นผู้ช่วยในฟาร์ม เริ่มต้นเปลี่ยนทีละนิด คุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ต่างออกไป เพราะในยุคนี้ “ความรู้และข้อมูล” คือเครื่องมือทำเงินที่ทรงพลังที่สุดเลี้ยงแบบเดิมคุณอาจแค่ “อยู่ได้”แต่ถ้าอยาก “รวยขึ้น” …Smart Farm คือคำตอบที่ใช่  

เลี้ยงสุกรแบบเดิมได้แค่รอด…เลี้ยงแบบ Smart Farm รวยได้จริง Read More »

โรคสัตว์ในช่วงฤดูฝนและวิธีการป้องกัน

ฤดูฝน นอกจากจะนำความชุ่มชื้นมาสู่ธรรมชาติแล้ว ยังเป็นฤดูที่มาพร้อมความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นความชื้นสูง น้ำขัง อุณหภูมิที่แปรปรวน หรือสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เชื้อโรคต่าง ๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตเจริญเติบโตได้ดี หากไม่ป้องกันล่วงหน้า อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตและต้นทุนของฟาร์มได้อย่างมหาศาล โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD)พบในโค กระบือ และสุกร ทำให้สัตว์มีไข้ มีแผลในปากและเท้า ส่งผลให้สัตว์กินอาหารน้อยลง น้ำหนักลด โรคปอดบวม (Pneumonia)พบได้ในสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะลูกสัตว์ เช่น ลูกสุกร ลูกไก่ ลูกวัว อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงและความชื้นสูงเป็นปัจจัยเสี่ยง โรคอุจจาระร่วงในลูกสัตว์ (Diarrhea)โดยเฉพาะจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในน้ำดื่มหรืออาหารที่ปนเปื้อน โรคจากพยาธิภายในและภายนอกเช่น พยาธิในลำไส้ หรือไรในไก่ ที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมชื้น วิธีการป้องกันโรคช่วงหน้าฝน จัดการโรงเรือนให้แห้งและสะอาด ระบายน้ำได้ดี ไม่เกิดน้ำขัง พื้นไม่ลื่น ไม่เป็นโคลน ลดการสะสมของเชื้อโรค เปิดให้มีอากาศถ่ายเท ลดความชื้นสะสม ควบคุมสุขอนามัยของฟาร์ม (Biosecurity) ล้างและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทุกวัน ใช้รองเท้าเฉพาะในฟาร์ม หลีกเลี่ยงบุคคลภายนอกเข้าออกโดยไม่จำเป็น เสริมภูมิคุ้มกันให้สัตว์ ฉีดวัคซีนตามกำหนด เสริมวิตามินหรือสารอาหารที่ช่วยให้สัตว์แข็งแรง ตรวจสุขภาพสัตว์เป็นประจำ จัดการน้ำและอาหารอย่างระมัดระวัง เปลี่ยนน้ำดื่มบ่อย ๆ และตรวจคุณภาพน้ำ เก็บอาหารสัตว์ในที่แห้ง ป้องกันเชื้อราและความชื้น  

โรคสัตว์ในช่วงฤดูฝนและวิธีการป้องกัน Read More »

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้แก่ท่านได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงทำให้สามารถมอบข้อเสนอ กิจกรรมส่งเสริมการขาย เลือกเนื้อหาให้เหมาะสมแก่ท่านอย่างเป็นส่วนตัวได้ การเก็บและใช้งานคุกกี้สามารถศึกษาได้ที่นโยบายการใช้คุกกี้นี้ การใช้งานเว็บไซต์นี้จะมีการจัดเก็บคุกกี้ประเภทต่าง ๆ ซึ่งท่านต้องยอมรับและยินยอมให้บริษัทฯ จัดเก็บ. (เรียนรู้เพิ่มเติม)