ซีพีเอฟ ขับเคลื่อนการผลิตเนื้อสัตว์ปลอดยาปฏิชีวนะ สู่ระบบการผลิตอาหารยั่งยืน
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งสู่ระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน ยึดมั่นในหลักการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบและสมเหตุผลตลอดกระบวนการเลี้ยงสัตว์ พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อร่วมลดปัญหาการเกิดเชื้อดื้อยา สัตว์มีสุขภาวะที่ดี ปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม หนุนสร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทย นายสัตวแพทย์ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สัตวแพทย์บริการวิชาการสุกร ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง ปัจจุบัน ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดของซีพีเอฟเลี้ยงในฟาร์มระบบปิดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมปศุสัตว์ ควบคุมคุณภาพและดำเนินการตามหลักอิสระ 5 ประการ ยึดหลักการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบและสมเหตุผล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม โดยจะใช้สำหรับรักษาที่จำเป็นเท่านั้นตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ และเลือกใช้ยาสำหรับสัตว์เป็นลำดับแรก ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อวัตถุประสงค์เร่งการเจริญเติบโต เพื่อลดการเกิดเชื้อดื้อยาจากการใช้ยาแบบไม่ถูกต้อง สอดคล้องกับหลักการ “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) ขององค์การอนามัยโลก ที่คำนึงถึงสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อมเป็นองค์รวม “การจัดการหลักสวัสดิภาพสัตว์ นับเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร เป็นการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีคุณธรรมในทุกขั้นตอนการผลิตช่วยให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยง่ายและลดการใช้ยาปฏิชีวนะ นอกจากนี้ บริษัทฯ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยศึกษาวิจัยหาจุดเสี่ยง นำไปสู่การพัฒนาแนวทางป้องกันและเพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อดื้อยาในผลิตภัณฑ์อาหาร ตลอดจนสิ่งแวดล้อม” นายสัตวแพทย์ดำเนินกล่าว ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้นำกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งวิจัยและพัฒนานวัตกรรมหรือหาแนวทางที่ดีกว่าเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร ตั้งแต่ การใช้อาหารเลี้ยงสัตว์ที่เสริมโปรไบโอติกที่ผ่านการตรวจสอบว่าปลอดจากยีนดื้อยาที่เป็นปัญหาสำคัญในคน เพื่อช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ดีขึ้น ส่งผลให้ซีพีเอฟมีผลิตภัณฑ์เนื้อหมู Cheeva Pork และเนื้อไก่เบญจา ที่ได้รับการรับรองไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยงดู จากสถาบันตรวจรับรอง NSF บริษัทฯ ยังเพิ่มความเชื่อมั่นในความปลอดภัย โดยการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานสากล จากหน่วยงานภายในและภายนอกตลอดทั้งกระบวนการผลิต และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาของสุกร ช่วยยืนยันได้ถึงผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรปลอดยาปฏิชีวนะ ล่าสุด บริษัทฯ ยังนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับข้อมูลต่างๆ ช่วยให้การบริหารจัดการฟาร์มและการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจประเมินยีนดื้อยาปฏิชีวนะในฟาร์ม อีกด้วย การขับเคลื่อนการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างรับผิดชอบและสมเหตุผลในกระบวนการเลี้ยงสัตว์ของซีพีเอฟ สอดคล้องกับเป้าหมายของกรมปศุสัตว์ ในการลดปริมาณการใช้ยาต้านจุลชีพสำหรับสัตว์ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และช่วยส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทยเป็นที่ยอมรับบนเวทีโลก ที่มา : PR CPF
ซีพีเอฟ ขับเคลื่อนการผลิตเนื้อสัตว์ปลอดยาปฏิชีวนะ สู่ระบบการผลิตอาหารยั่งยืน Read More »
CPF โรงงานผลิตอาหารสัตว์บก ร้อยเรียงใจ จิตอาสาโคราช “ทำความดี ด้วยหัวใจ” ปรับปรุงภูมิทัศน์วัดโคกกรวด
CPF โรงงานผลิตอาหารสัตว์บก ร้อยเรียงใจ จิตอาสาโคราช “ทำความดี ด้วยหัวใจ” ปรับปรุงภูมิทัศน์วัดโคกกรวด คุณบุญเสริม เจริญวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส นำคณะผู้บริหารและพนักงาน CPF จิตอาสา โรงงานผลิตอาหารสัตว์บก ร่วมกับ คุณสุเทพ ประพิน รองนายกเทศบาลตำบลโคกกรวด ผู้นำชุมชนโคกเพชร ชาวบ้านโคกเพชร และน้องๆ นักเรียน รร.โคกเพชรสระมโนรา ร่วมเก็บขยะและปรับปรุงภูมิทัศน์ ณ วัดโคกเพชร ในโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์จาก CPF ได้แก่ ไข่ต้ม น้ำดื่มและไอศครีม ให้แก่จิตอาสาที่ร่วมกิจกรรม./ CR : CPF
CPF หนุนโครงการ “คนไทยรักช้าง” ปี 2 มอบอาหารช้าง 60 ตัน ช่วยช้างทั่วไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19
CPF เดินหน้าสนับสนุน “โครงการคนไทยรักช้าง” ปีที่ 2 ส่งมอบ “อาหารช้างเอราวัณ” รวม 60 ตัน แก่สมาคมสหพันธ์ช้างไทย ร่วมร้อยเรียงความดี มอบอาหารคุณภาพให้ช้างอิ่มท้อง-สร้างสุขภาพดี กู้วิกฤตช้างไทยสู้โควิด-19คุณเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจอาหารสัตว์บก CPF เปิดเผยว่า CPF นำศักยภาพของบริษัทในด้านการเป็นผู้นำการผลิตอาหารสัตว์คุณภาพ ทำให้อาหารสัตว์ของ CPF เป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อมั่นจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งในไทยและในต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคืออาหารช้างเอราวัณ ผลิตโดยโรงงานผลิตอาหารสัตว์บกหนองแค จ.สระบุรี มอบอาหารช้างเอราวัณ E3 ล็อตใหญ่ 60 ตัน หรือ 60,000 กิโลกรัม แก่ คุณธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย เป็นผู้รับมอบ สำหรับนำไปกระจายต่อให้กับปางช้างและหน่วยงานสังกัดกรมปศุสัตว์ทั่วประเทศ เพื่อร่วมบรรเทาปัญหาของปางช้างและควาญช้างที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดรายได้ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทำให้ช้างเลี้ยงขาดแคลนอาหาร ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอ่อนแอลง “สถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้กระทบเพียงผู้คนทั่วโลกเท่านั้น ช้างไทยก็เช่นกัน จึงเกิดความร่วมมือในโครงการคนไทยรักช้าง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย CPF มอบอาหารเสริมช้างเอราวัณแก่ผู้เลี้ยงช้างที่มีความต้องการอาหารเสริมเพื่อดูแลสุขภาพช้าง โดยเฉพาะช้างผอม ช้างป่วย ช้างชรา ในเขตภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ ที่แจ้งความต้องการผ่านสมาคมสหพันธ์ช้างไทย เพื่อให้ช้างพ้นโควิด” คุณเรวัติ กล่าวสำหรับการส่งมอบอาหารช้างเอราวัณ แบ่งเป็น 2 ล็อต ครั้งแรกวันที่ 26 ต.ค. ส่งมอบแก่ปางช้างใน 15 จังหวัด ได้แก่ อยุธยา นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และจะส่งมอบอีกครั้ง วันที่ 9 พ.ย.ด้าน คุณธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดนั้น ปางช้างทั่วประเทศและควาญช้างยังคงต้องดูแลช้างให้ดีที่สุด แม้จะขาดรายได้จากโควิด-19 ที่แพร่ระบาดมานานกว่า 3 ปี ทำให้เผชิญปัญหาขาดแคลนอาหารช้าง แต่ก็ต้องประคับประคองให้การเลี้ยงช้างอยู่รอดได้ หญ้าและขั้วสับปะรดที่ต้นทุนไม่สูงมาก กลายเป็นอาหารหลักของช้าง สุขภาพช้างจึงแย่ตามไปด้วย บางเชือกป่วยและล้ม ทั้งช้างแก่ ช้างแรกคลอด และช้างแม่ลูกอ่อนที่เกิดภาวะน้ำนมไม่สมบูรณ์ ปีที่ผ่านมาที่ได้รับการสนับสนุนจาก CPF ทำให้ช้างมีอาหารเสริมที่มีคุณภาพ มีคุณค่าโภชนาการอาหารสัตว์ ทั้งโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ จึงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างมาก ขอบคุณเครือ CP-CPF ที่ให้การสนับสนุนอย่างดีมาโดยตลอด ทำให้ช้างไทยและคนเลี้ยงช้างผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ไปได้ขณะที่ คุณประพาฬพงษ์ มากนวล รอง ผอ.ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม กลุ่มทรู กล่าวว่า ทรูนำเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G ระบบสื่อสารในรถกู้ภัยช้าง ที่จะส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงเพื่อช่วยให้สัตวแพทย์สามารถติดตามอาการของช้าง และแนะนำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแบบทันที (เรียลไทม์) ผ่านกล้องมอนิเตอร์ที่ติดในรถ ในกรณีที่ต้องส่งช้างป่วยหรือจำเป็นต้องขนย้ายไปจุดต่างๆ ให้คนที่ดูแลช้างหรือควาญช้างระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาล ช่วยให้การรักษาช้างทันท่วงทีมากขึ้น รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ Tracking เพื่อตรวจสอบเส้นทางรถพยาบาลซึ่งจะแสดงผลผ่านสมาร์ทโฟน 5G และคอมพิวเตอร์ “โครงการคนไทยรักช้าง” ในปี 2564 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เครือ CP-CPF ซีพี ออลล์ และทรู ส่งมอบเงินบริจาคจากประชาชนผ่านโครงการฯ เป็นเงิน 2,798,000 บาท นอกจากนี้ CPF ได้มอบอาหารช้างแก่ปางช้างทั่วประเทศ รวม 2 ปี จำนวน 120 ตัน ในปี 2565 บริษัทฯ เดินหน้าแนวคิด #ซีพีรักษ์ช้าง เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาและคนรักช้าง ร่วม “แบ่งมื้อให้ช้าง พ้นโควิด” โดยสามารถบริจาคเลือกได้ 2 แบบ คือ 1.ผูกปิ่นโตให้ช้าง ผ่าน TrueMoney Wallet – Recurring Donation ครั้งละ 1 บาท 5 บาท 10 บาท หรือ 50 บาท (ตัดอัตโนมัติ ทุกวันที่ 28 ของเดือน) และ 2 บริจาคแบ่งมื้อให้ช้าง – บริจาคเป็นรายครั้ง ผ่าน TrueMoney Wallet หรือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือ TRUE POINT โดยบริจาคผ่าน TrueMove H กด *948*1303*10# กดโทรออก เพื่อบริจาค 10 บาท หรือกด *948*1303*100# กดโทรออก เพื่อบริจาค 100 บาท หรือสามารถโอนผ่านบัญชีกสิกรไทย (ออมทรัพย์) เลขบัญชี 092-1-98873-7 ชื่อบัญชี สมาคมสหพันธ์ช้างไทย เพื่อ คนไทยรักช้าง สาขาสี่แยกสนามบิน เชียงใหม่ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง “วันช้างไทย” 13 มีนาคม 2566./
CPF หนุนโครงการ “คนไทยรักช้าง” ปี 2 มอบอาหารช้าง 60 ตัน ช่วยช้างทั่วไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 Read More »
CPF เดินหน้าใช้ “โปรไบโอติก” เสริมสุขภาพไก่แข็งแรง ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ สอดคล้องหลักสวัสดิภาพสัตว์
CPF เลี้ยงไก่ด้วยจุลินทรีย์ “โปรไบโอติก” นวัตกรรมสร้างภูมิคุ้มกันจากภายใน ช่วยสร้างสมดุลลำไส้ ส่งผลให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วย และไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ลดปัญหาเชื้อดื้อยา เป็นไปตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) มุ่งส่งต่ออาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคดร.ไพรัตน์ ศรีชนะ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักวิชาการอาหารสัตว์ CPF เปิดเผยว่า กระบวนการเลี้ยงสัตว์ของ CPF ดำเนินการตามหลักสวัสดิภาพสัตว์และใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา โดยให้ความสำคัญกับหลัก 5 หัวใจการเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีและแข็งแรง พัฒนาอาหารสัตว์ที่เหมาะสมกับช่วงวัยของสัตว์แต่ละชนิด เลี้ยงในโรงเรือนที่ดี มีระบบการจัดการฟาร์มมาตรฐาน ภายใต้ระบบการป้องกันโรคที่เข้มงวด โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ อาทิ ระบบการให้อาหารอัตโนมัติ การควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างในโรงเรือนที่เหมาะสม เพื่อให้สัตว์อยู่สบาย ลดโอกาสป่วย ทำให้ผู้บริโภคได้ทานอาหารคุณภาพปลอดภัยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคิดค้นนวัตกรรมการเลี้ยงไก่ด้วยจุลินทรีย์ดี “โปรไบโอติก” ตอบโจทย์สุขภาพของผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดการผลิตอาหารปลอดภัย โดยให้ความสำคัญและมุ่งมั่นลดการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ จึงนำนวัตกรรมโปรไบโอติกมาใช้ในอาหารสัตว์ เพื่อทำให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันจากภายใน ส่งผลให้สัตว์มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ไม่ป่วย จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ รวมทั้งไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตตลอดการเลี้ยงดู ทำให้เนื้อไก่ CPF ปลอดสาร ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค“บริษัทฯ คัดเลือกจุลินทรีย์โปรไบโอติกสายพันธุ์ที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับสายพันธุ์สัตว์ โดยคัดโปรไบโอติกจาก 125,000 สายพันธุ์ จนได้โปรไบโอติกที่แข็งแรงที่สุดเพียง 9 สายพันธุ์ มาผสมในอาหารสัตว์ หลักการทำงานของโปรไบโอติกจะเข้าไปช่วยผลิตเอ็นไซม์ย่อยอาหารในลำไส้ของสัตว์ และปรับเปลี่ยนโครงสร้างจุลินทรีย์ให้มีจุลินทรีย์ที่ดีในทางเดินอาหาร เกิดสมดุลในร่างกาย ทำให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง โดยไม่ต้องใช้ยา ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงการลดปัญหาเชื้อดื้อยาลงด้วย” ดร.ไพรัตน์ กล่าวCPF พัฒนาสินค้าสดกลุ่ม หมู ไก่ และไข่ ภายใต้แบรนด์ “CP Selection” เป็นอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่บริษัทฯ นำนวัตกรรมโปรไบโอติกมาใช้ในอาหารสัตว์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้สินค้า ด้วยหลักการ Natural Prevention เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันให้สัตว์แข็งแรงตามธรรมชาติ โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน NSF และ Probiotics Fed ว่าไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ และไม่ใช้ฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโตตลอดการเลี้ยงดู ตอกย้ำความเชื่อมั่นในความสด สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานระดับโลก./ CR : CPF
เตือน! “PM 2.5” แนวโน้มเพิ่มขึ้น วันนี้ กทม. พบค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม
กระทรวงสาธารณสุข เผยแนวโน้มฝุ่น PM 2.5 เริ่มเพิ่มขึ้น พื้นที่กทม.บางจุดคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม หรือเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ แนะตรวจสอบคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน กระทรวงสาธารณสุข เผยแนวโน้มฝุ่น PM 2.5 เริ่มเพิ่มขึ้น พื้นที่กทม.บางจุดคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม หรือเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ แนะตรวจสอบคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่มีรายงานค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมโครกรัม หรือฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. วันนี้พบค่าฝุ่นในระดับสีส้ม คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพหลายพื้นที่ ดังนั้น ขอให้ประชาชนตรวจสอบสถานการณ์ฝุ่นก่อนออกนอกบ้านจากเว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน “Air4Thai” ของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งจะระบุค่าดัชนีคุณภาพอากาศ พร้อมระดับสี และคำแนะนำในการปฏิบัติตัว ดังนี้ -สีฟ้า ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 0-25 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยว, -สีเขียว 26-37 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศระดับดี สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยวได้ตามปกติ ภัยเงียบ! หมอมนูญ เตือนรื้อ”หนังสือเก่าๆ”ระวังเชื้อราทำปอดติดเชื้อ ‘ฝุ่น’ แหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี ทำความสะอาดง่ายๆด้วย 4 วิธีนี้ เตือน! ฝุ่นพิษ PM 2.5 ใน กทม.กลับมาแล้ว วันนี้เกินค่ามาตรฐาน 4 เขต -สีเหลือง 38-50 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศระดับปานกลาง ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง -สีส้ม 51-90 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ส่วนผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์ ส่วนสีแดง ค่าฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ 91 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทุกคนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น และหากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้ ขอให้ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำความสะอาดบ้าน และอุปกรณ์ภายในบ้าน หากค่าฝุ่นเกินมาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรสำรองยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และควรช่วยกันลดการสร้างมลพิษทางอากาศ เช่น การใช้เตาถ่าน การจุดธูปเทียน การเผาขยะ เป็นต้น ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข ภาพ : TNN Online
เตือน! “PM 2.5” แนวโน้มเพิ่มขึ้น วันนี้ กทม. พบค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม Read More »


